Random Posts

Friday, April 3, 2015

ผ้าอนามัยแบบสอด ใช้ผิดวิธี ถึงตายได้ มีเกิดขึ้นแล้ว มาดูข้อมูลนี้คะ

0 comments
เป็นเรื่องปกติของผู้หญิง เมื่อ “วันนั้นของเดือน” มาถึง...“ผ้าอนามัย” จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเวลานี้มี 2 แบบคือ แบบใช้ภายนอก (maxi pad) ซึ่งแยกเป็น “แผ่นหนา” และ “แผ่นบาง” กับแบบสอด ที่ใช้ในบางโอกาส เช่น ใช้เมื่อแข่งขันว่ายน้ำ โดยจะสอดเข้าช่องคลอด

แต่การเลือกใช้ “ผ้าอนามัยแบบสอดใส่” ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังและผิดวิธี ก็เป็นเหตุให้เกิดอาการของภาวะช็อกเฉียบพลันที่เกิดจากพิษของแบคทีเรีย ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณปาก-ผนังช่องคลอด หรือที่เรียกกันว่า “Toxic Shock Syndrome” (TSS)

ล่าสุดที่เป็นตัวอย่าง...สร้างความทรงจำอันเลวร้าย และรอยบาดแผลที่เจ็บปวดกับการใช้ “ผ้าอนามัยแบบสอดใส่” เกิดขึ้นแล้วในต่างแดนกับสาวต่างชาติ “โจแอนนา คาร์ทไรท์” อายุ 27ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการคล้ายกับไข้หวัด จนเริ่มชัก หายใจติดขัด มือบวม ผิวหนังลอก ผมร่วง และเล็บหลุด และไม่สามารถจดจำอะไรได้ โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นอาการของ Toxic Shock Syndrome นั่นเอง

ข้อสงสัยเกี่ยวกับผ้าอนามัยแบบสอดใส่ ที่ทำให้เกิดภาวะช็อกเฉียบพลัน เป็นได้อย่างไรนั้น “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้รับการไขข้อสงสัยจาก “ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโท” หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อทางนรีเวชและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สตรี ภาควิชาสูติศาสตร์-นารีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งให้รายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้...

ผ้าอนามัยแบบสอดใส่ หรือ “แทมปอน” (tampon) สามารถก่อให้เกิดอาการ “Toxic Shock SyndromeหรือTSS” ได้จริง หากผู้ใช้ไม่ระมัดระวังขณะสอดใส่ผ้าอนามัย ซึ่งอาจทำให้ครูดไปกับผนังช่องคลอดด้านใน จนก่อให้รอยถลอกหรือแผลได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น แบคทีเรียชนิด StaphylococcusและStreptococcus Pyogenes ที่อาศัยอยู่บริเวณปากและผนังช่องคลอด ก็จะก่อเชื้อขึ้นมา และเข้าสู่ร่างกายไปตามกระแสเลือด ทำให้ “ระบบภายในร่างกาย” ล้มเหลวในที่สุด

“ลักษณะของอาการ TSS เริ่มแรกคล้ายไข้หวัด และปวดเนื้อตัว แต่เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว จะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายใน 4-8 ชั่วโมง ไข้สูง หนาวสั่น ความรู้สึกตัวลดลง สับสน ความดันโลหิตตก ทำให้ตัวร้อนแต่มือเท้าเย็น จากนั้นจะลุกลามไปถึงขั้นรุนแรง ไตวาย ปัสสาวะออกน้อย การทำงานของตับหายไป การหายใจล้มเหลว และเข้าสู่ภาวะโคม่า”

ผศ.นพ.มานพชัย ยังระบุต่อว่า ส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ค่อยพบผู้ป่วยในลักษณะนี้ เนื่องจากไม่นิยมใช้ เพราะสภาพอากาศแบบร้อนชื้น เป็นการเพิ่มปริมาณความร้อน แต่จะพบผู้ใช้เป็นนักกีฬา อาทิ ว่ายน้ำ กรีฑา หรือนางแบบ ที่มีความจำเป็นต้องใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะอาชีพและความคล่องตัว โดยช่วงอายุที่มีความเสี่ยงอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธ์ 13-45 ปี และไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะกับเพศสตรี แต่สามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย หากเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก

“แทมปอน...จะเป็นแท่งสำหรับสอดเข้าไปในช่องคลอด และมีเชือกเล็กๆ ห้อยออกมา เพื่อใช้ดึงออกเวลาต้องการเปลี่ยนผ้าอนามัย แต่ขณะใส่ต้องระวังเล็บเกี่ยว หรือมือสกปรก ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าไปได้ และสิ่งสำคัญเลือดที่ออกมากับประจำเดือน อาจเป็นอาหารหล่อเลี้ยงให้จุลินทรีย์ก่อโรค”

ทั้งนี้ ผศ.นพ.มานพชัย แนะนำการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดใส่อย่างถูกวิธีว่า หากผู้หญิงรายใดยังไม่เคยใช้ ควรเลือกชนิดที่ไม่ตกแต่งกลิ่น เนื่องจากอาจแพ้สารเคมีที่ใช้ผลิตกลิ่น จากนั้นล้างมือให้สะอาด และสอดใส่อย่างเบามือ เพื่อลดการถลอก โดยอย่าทิ้งไว้นานเกิน 6-8 ชม. เพราะอาจเป็นแหล่งก่อเชื้อแบคทีเรีย และเมื่อประจำเดือนผิดปกติไปจากเดิม คือมีสี มีกลิ่นรุนแรง ก็ต้องงดใช้โดยทันที เพราะอาจเป็นสัญญษณว่า “เชื้อ” กำลังมีการเจริญเติบโต อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงกับสตรีหลังผ้านการคลอดบุตร 12 สัปดาห์แรก

“ต้องบอกว่า อย่าตื่นตระหนก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมานานแล้ว ส่วนผ้าอนามัยแบบสอดใส่ที่มีขายในปัจจุบันนี้ อาจจะหาซื้อได้ยาก แต่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย เพียงมีความระมัดระวัง หรือให้อ่านและสังเกตบริเวณกล่องบรรจุภัณฑ์จะมีฉลากสินค้าแนะนำ”

ไม่น่าเชื่อว่า...เพียงแค่ผ้าอนามัยธรรมดาที่คุ้นชินตาสำหรับผู้หญิง จะเป็นอันตรายถึงตาย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น เชื้อแบคทีเรียดังกล่าว หากเข้าสู้ร่างกายไม่ว่าจะเป็นเพศ หรือวัยไหนๆ ก็ตาม ก็มีสิทธิ์จะติดเชื้อได้ทั้งนั้น...

พึงระมัดระวังในการใช้ไว้ก่อน...ก็ดีนะ เพราะหากเผลอเรอไม่สนใจ “ความตาย” อาจมารออยู่ตรงหน้า โดยไม่คาดฝันก็เป็นได้...
จาก เดลินิวส์
…........................................

ข้อมูลข้างเคียง :

จากข้อมูลสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับจดแจ้ง "ผ้าอนามัยชนิดสอด" เป็นเครื่องสำอางควบคุมไว้แล้ว จำนวน 38 รายการ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด จดแจ้งจำนวน 12 รายการ, บริษัท เบลล์-อินโด จำกัด จดแจ้งจำนวน 1 รายการ, บริษัท คีโว-ไทย จำกัด จดแจ้งจำนวน 2 รายการ, บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด จดแจ้ง 14 รายการ, บริษัท เอเนอไจเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จดแจ้งจำนวน 4 รายการ และบริษัท นววัฒน์ พัฒนากรุ๊ป จำกัด จดแจ้งจำนวน 5 รายการ

ทั้งนี้ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าผ้าอนามัยชนิดสอด จะต้องจดแจ้งรายละเอียดกับภาครัฐก่อนดำเนินการ เนื่องจากผ้าอนามัยชนิดสอด เป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับเยื่อบุอ่อน ดังนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบว่า ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค และจำนวนของแบคทีเรีย ยีสต์ รา ที่เจริญเติบโตโดยใช้อากาศ ส่วนปริมาณต้องไม่เกิน 500 โคโลนีต่อกรัม หรือลูกบาศก์เซนติเมตร อีกทั้งบนฉลากจะต้องแจ้งคำเตือนไว้อย่างชัดเจน รวมถึงไม่ควรใช้เมื่อภาชนะบรรจุฉีกขาด ไม่ควรใส่ไว้ในช่องคลอดนานเกิน 8 ชั่วโมง ควรเปลี่ยนทุก 4-8 ชั่วโมง และขณะใช้หากมีอาการเป็นไข้ อาเจียน วิงเวียน หน้ามืด ท้องเดิน ให้นำผ้าอนามัยออก และรีบไปพบแพทย์

No comments:

Post a Comment